เพจพัง โดนปิดการมองเห็น? ชุบชีวิตธุรกิจด้วยการเช็ค "คุณภาพเพจ" Facebook ด่วน!
- Facebook interest
- Aug 19, 2025
- 2 min read
Updated: Sep 4, 2025

หนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่คนทำธุรกิจบน Facebook ต้องเจอ คือการที่เพจถูกลดการมองเห็น ยิงแอดไม่ได้ หรือร้ายที่สุดคือการเจอสถานะ ‘เพจติดแดง’ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของโชคร้าย แต่มันคืออาการปลายทางของปัญหาที่หลายคนมองข้าม นั่นคือการละเลยตรวจสอบ "คุณภาพเพจ" (Page Quality) ตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนว่าเพจของคุณปฏิบัติตาม มาตรฐานชุมชน ได้ดีเพียงใด บทความนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความกังวล แต่จะทำหน้าที่เป็นคู่มือเชิงลึก ที่จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกของระบบนี้ พร้อมสอนวิธีตรวจสอบและวินิจฉัยสถานะเพจของคุณอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณสามารถป้องกันความเสี่ยงและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
หัวข้อเนื้อหาในบทความนี้ (คลิกเพื่อยังหัวข้อ)
คุณภาพเพจ Facebook คืออะไร?

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "คุณภาพเพจ" (Page Quality) แต่ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง อธิบายง่ายๆ คุณภาพเพจคือ เครื่องมือที่ Facebook สร้างขึ้นเพื่อวัดว่าเพจของคุณปฏิบัติตามกฎและนโยบายที่ facebook กำหนดไว้ได้ดีเพียงใด เปรียบง่ายๆก็เหมือน "สมุดพกความประพฤติ" ที่แสดงสถานะของเพจโดยตรง และเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ระบบอัลกอริทึมของ Facebook ใช้ในการตัดสินใจว่าจะจัดการกับเพจของคุณอย่างไรต่อไปครับ
ทำไม "คุณภาพเพจ" และ "มาตรฐานชุมชน" ถึงสำคัญต่อเจ้าของธุรกิจและเจ้าของเพจ?
สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ดูแลเพจ (Admin) "คุณภาพเพจ" ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจบน Facebook เลยก็ว่าได้ ดังนั้นการละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เปรียบเสมือนการสร้างธุรกิจบนที่ดินที่พร้อมจะถูกยึดได้ทุกเมื่อ นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมคุณต้องใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ส่งผลโดยตรงต่อ "การมองเห็น" (Organic Reach)
เมื่อเพจของคุณเริ่มมีการละเมิดมาตรฐานชุมชน (สถานะกลายเป็นสีเหลือง) สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือ Facebook จะลดการมองเห็นโพสต์ของคุณทันที เพราะว่าอัลกอริทึมจะมองว่าเพจของคุณมีความเสี่ยงและไม่ต้องการให้ผู้ใช้งานทั่วไปเห็นคอนเทนต์ที่อาจมีปัญหา ดังนั้นต่อให้คุณมีผู้ติดตามหลักแสนหรือหลักล้าน แต่โพสต์ของคุณอาจเข้าถึงคนเพียงหลักพันหรือหลักร้อยเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าสารที่คุณต้องการสื่อไปถึงลูกค้าจะหายไปในทันทีครับ
ตัดสิทธิ์การเข้าถึง "เครื่องมือทำมาหากิน"
Facebook มีเครื่องมือทรงพลังมากมายสำหรับธุรกิจ แต่สิทธิ์ในการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพเพจของคุณ หากเพจมีสถานะเป็นสีแดงหรือมีการละเมิดรุนแรง คุณอาจถูกจำกัดหรือ ถูกตัดสิทธิ์การใช้งาน ฟีเจอร์สำคัญเหล่านี้:
การยิงโฆษณา (Advertising): คุณอาจไม่สามารถสร้างหรือเผยแพร่โฆษณาได้ ทำให้สูญเสียช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้าใหม่
การสร้างรายได้ (Monetization): หากเพจของคุณสร้างรายได้จากวิดีโอ (In-Stream Ads) หรือช่องทางอื่นๆ สิทธิ์นั้นอาจถูกระงับ
การไลฟ์สด (Facebook Live): อาจถูกจำกัดความสามารถในการไลฟ์ขายของหรือจัดกิจกรรม
การใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ: เพจที่คุณภาพไม่ดีมักจะไม่ได้รับโอกาสให้ทดลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ ที่ Facebook ปล่อยออกมา
คือ "ความน่าเชื่อถือ" ในสายตาลูกค้า
คุณภาพเพจเป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้เช่นกัน เพจที่ใสสะอาด มีสถานะเป็นสีเขียว ย่อมสร้างความมั่นใจและความเป็นมืออาชีพให้กับลูกค้า ในทางกลับกัน หากลูกค้าตรวจสอบแล้วพบว่าเพจของคุณมีประวัติการละเมิด อาจทำให้พวกเขาลังเลที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการ เพราะมันสะท้อนถึงความไม่ใส่ใจในกฎเกณฑ์และความเสี่ยงที่เพจอาจจะปิดตัวลงได้ทุกเมื่อ
ป้องกัน "หายนะ" ที่เรียกว่า "เพจปลิว"
นี่คือผลลัพธ์ที่รุนแรงที่สุด การละเมิดมาตรฐานชุมชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะนำไปสู่การ "ยกเลิกการเผยแพร่" (Unpublished) หรือ "ลบเพจถาวร" (Permanent Deletion) นั่นหมายถึงทุกสิ่งที่คุณทุ่มเทสร้างมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดตามที่สะสมมานานหลายปี คอนเทนต์ทั้งหมด รีวิวจากลูกค้า จะหายไปในพริบตาโดยไม่สามารถกู้คืนได้ ดังนั้นการหมั่นตรวจสอบคุณภาพเพจจึงเป็นการป้องกันไม่ให้ธุรกิจของคุณต้องเจอกับจุดจบที่น่าเศร้าเช่นนี้ครับ
ขั้นตอนการตรวจสอบระดับคุณภาพเพจ
1.หลังจากที่คุณเข้าสู่ระบบ facebook แล้ว ให้คุณ คลิกที่รูปโปรไฟล์ของคุณ (มุมขวาบน) เพื่อสลับไปยังโปรไฟล์เพจที่ต้องการตรวจสอบ

2.เลือกเพจ facebook ที่คุณต้องการตรวจสอบระดับคุณภาพเพจ

3.เมื่อสลับเป็นโปรไฟล์เพจแล้ว ให้คลิกที่ชื่อและรูปโปรไฟล์ (มุมซ้ายบน) เพื่อไปยังหน้าหลักของเพจของคุณครับ

4.ในแถบเมนูทางซ้าย ให้คลิกที่ 'การตั้งค่า’ ครับ

5.จากนั้น เลือก 'การตั้งค่าเพจ'

6.แล้วคลิกที่เมนู 'สถานะเพจ' ดังรูปด้านล่างครับ

7.ระบบจะนำคุณมายังหน้า 'สถานะเพจ' ซึ่งจะแสดงคุณภาพโดยรวมของเพจคุณ ในตัวอย่างนี้คือสถานะปกติ ที่ขึ้นข้อความว่า "เพจไม่มีการละเมิด"

ตีความสถานะสีต่างๆ: เขียว เหลือง แดง หมายถึงอะไร?
เพจเขียว: พูดง่ายๆคือเป็นเพจที่มีการโพสต์ การแชร์เนื้อหา และสินค้าหรือบริการ ที่ถูกต้องตามกฏของ Facebook ไม่มีการลบเลี่ยงหรือทำผิดกฏใดๆของ Facebook ซึ่งถ้าคุณภาพเพจขึ้นเป็น เพจเขียว แบบนี้ก็หายห่วงไม่ต้องกลัวถูกจำกัดเพจได้เลยครับ
เพจเหลือง: คือเพจที่โดนทาง Facebook ตักเตือนในขั้นระดับกลาง เนื่องจากอาจมีเนื้อหา โพสต์ หรือสินค้า ละเมิกกฏแค่บางข้อของทาง Facebook ดังนั้นเมื่อคุณภาพของเพจคุณเป็นเพจเหลืองแล้ว Dr.Boost แนะนำให้คุณรีบทำการแก้ไข รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำให้เพจเหลืองอีกครั้งครับ
เพจติดแดง: เรียกได้ว่าเป็นเพจที่มีการละเมิดกฏของ Facebook ขั้นรุนแรงสุด เนื่องจากได้มีการโพสต์เนื้อหา หรือสินค้าบริการ โดยมีการเมิดลิขสิทธิ์หรือผิดกฏของทาง Facebook รวมไปถึงการถูกลบโพสต์และติดเพจ เหลืองบ่อยๆ ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่เพจของคุณจะโดนปิดชั่วคราว อาจถึงขั้นโดนปิดแบบถาวรครับ ถ้าเป็นในกรณีนี้ Dr.Boost แนะนำให้คุณลองทำการตรวจสอบข้อกำหนดว่าคุณทำผิดกฏข้อใดแล้วจึงยื่นอุทธรณ์ขอสิทธิ์เพจกลับคืนมาครับ ระบบจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 อาทิตย์หรือมากกว่านั้นครับ
สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าเพจอาจมีปัญหา (แม้สถานะเพจยังเขียว)
สถานะ "คุณภาพเพจ" ที่ยังเป็นสีเขียวอาจทำให้เจ้าของเพจหลายคนวางใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจเป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะมาถึง Facebook มักจะใช้เวลาในการตรวจสอบและลงโทษเพจครับ ดังนั้นการสังเกต "สัญญาณเตือน" บางอย่างล่วงหน้า จะช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงและแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่สถานะเพจจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือแดง และนี่คือพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่ควรจับตามองเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ
การใช้คำโฆษณาที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิด
เพจจำนวนมากมักจะตกม้าตายเพราะการใช้คำโฆษณาที่ดูน่าดึงดูดใจ แต่กลับขัดต่อนโยบายของ Facebook อย่างชัดเจน แม้ระบบจะยังตรวจไม่พบในทันที แต่โพสต์เหล่านี้ก็เหมือนระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง ยกตัวอย่างเช่น:
การการันตีผลลัพธ์: การใช้คำว่า "เห็นผล 100%", "หายขาดแน่นอน", "รวยทันที", "ลด 10 โลใน 1 สัปดาห์" เป็นการให้คำสัญญาที่เกินจริงและเป็นสิ่งที่ Facebook แบนโดยเด็ดขาด
ภาพ Before&After ที่เกินจริง: การใช้ภาพเปรียบเทียบก่อน-หลัง ที่ดูแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว หรือเน้นไปที่จุดใดจุดหนึ่งของร่างกายอย่างชัดเจน (เช่น ภาพซูมสิว, รอยแผลเป็น) มักถูกมองว่าชี้นำให้ผู้ใช้รู้สึกแย่กับรูปลักษณ์ของตนเอง ซึ่งผิดนโยบายมาตรฐานชุมชนครับ
การอ้างถึงคุณลักษณะส่วนบุคคล: การตั้งคำถามหรือพูดพาดพิงถึงผู้ชมโดยตรง เช่น "คุณอ้วนอยู่ใช่ไหม?", "เบื่อกับหนี้สินหรือยัง?" เป็นต้น ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและเป็นข้อห้ามร้ายแรง
ขายสินค้าในหมวดหมู่ที่ Facebook ควบคุมเข้มงวด
หากธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ Facebook จับตามองเป็นพิเศษ คุณจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเพจทั่วไปโดยธรรมชาติ เพราะเพียงแค่ใช้คำผิดเล็กน้อยก็อาจทำให้โพสต์ถูกปฏิเสธหรือถูกลงโทษได้ทันที ซึ่งหมวดหมู่เหล่านี้ได้แก่:
อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก: เป็นหมวดหมู่ที่มีการใช้คำโฆษณาเกินจริงมากที่สุด
สินค้าทางการแพทย์และบริการด้านสุขภาพ: เช่น คลินิกเสริมความงาม, อุปกรณ์การแพทย์
สินค้า 18+ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่
ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุน: เช่น สินเชื่อ, การเทรด, คริปโทเคอร์เรนซี
บริการจัดหางาน
กลุ่มธุรกิจที่ Facebook มองว่าเป็นสายเทา (Click เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม)
ซึ่งการทำธุรกิจในหมวดหมู่เหล่านี้จำเป็นต้องศึกษานโยบายอย่างละเอียดและระมัดระวังในการสร้างคอนเทนต์ทุกชิ้นเป็นอย่างมากครับ
ปิดกั้นการคอมเมนต์ หรือลบคอมเมนต์เชิงลบจากลูกค้า
วิธีที่ง่ายที่สุดในการสังเกตความไม่โปร่งใสของเพจ คือการดูวิธีจัดการกับความคิดเห็นของลูกค้า เพจที่ปิดฟังก์ชันคอมเมนต์ในโพสต์ขายสินค้า หรือไล่ลบคอมเมนต์ที่แสดงความไม่พอใจ ถามถึงปัญหา หรือทวงถามสินค้า ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง การกระทำเช่นนี้บ่งบอกว่าผู้ขายอาจกำลังพยายามปกปิดปัญหาของสินค้าหรือบริการ และไม่ต้องการรับผิดชอบต่อลูกค้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สั่นคลอนต่อความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง
รูปแบบการตอบของแอดมินที่เลี่ยงการให้ข้อมูลสำคัญ
ความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญของการค้าขายออนไลน์ ลองสังเกตการตอบคำถามของแอดมินในคอมเมนต์หรือใน Inbox หากมีลูกค้าสอบถามข้อมูลสำคัญ เช่น "มีเลข อย. ไหมครับ?", "ส่วนผสมมีอะไรบ้างคะ?", "บริษัทตั้งอยู่ที่ไหน?" แล้วแอดมินเลือกที่จะตอบกลับด้วยข้อความกว้างๆ เช่น "สนใจทักแชทเลยค่ะ" หรือเพิกเฉยต่อคำถามเหล่านั้นซ้ำๆ Facebook อาจมองว่าเพจที่มีลักษณะนี้กำลังปิดบังข้อมูลบางอย่างที่ไม่ต้องการให้ลูกค้ารับรู้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าเพจนี้อาจมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ครับ
บทสรุป
การดูแล "คุณภาพเพจ" Facebook คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะการละเลยไม่เพียงแต่จะทำให้เพจถูกลดการมองเห็นและเสียความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิ์ใช้เครื่องมือทำมาหากินอย่างการยิงโฆษณา และอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุดคือการสูญเสียเพจไปอย่างถาวร ดังนั้น เจ้าของธุรกิจควรหมั่นตรวจสอบสถานะเพจ (เขียว, เหลือง, แดง) อย่างสม่ำเสมอ และคอยสังเกตสัญญาณเตือนอื่นๆ เช่น การใช้คำโฆษณาที่สุ่มเสี่ยง แม้สถานะเพจจะยังดูปกติก็ตาม เพื่อป้องกันความเสียหายและสร้างธุรกิจที่น่าเชื่อถือให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวครับ




