top of page

IG จำกัดเหลือ 5 Hashtag! กางสูตร Niche-First เพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตามที่ได้ไปต่อในปี 2026 (ฉบับ Dr. Boost)

  • Writer: Facebook interest
    Facebook interest
  • Jan 22
  • 3 min read
เพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG

ใครที่กำลังหาวิธีเพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG โดยการใช้ Hashtag เยอะๆในปี 2026 ต้องฟัง Dr.Boost ให้ดีครับ! เพราะยุคของการหว่านแฮชแท็ก 30 คำจบลงแล้ว! โดยล่าสุด Instagram ประกาศนโยบายใหม่จำกัดการใช้แฮชแท็กเหลือเพียงแค่ 5 คำต่อโพสต์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบ Meta AI จัดหมวดหมู่เนื้อหาคอนเทนต์ของผู้ใช้งานได้แม่นยำและกวาดล้างสแปม ดังนั้นกุญแจสำคัญไม่ใช่ปริมาณแฮชแท็กที่คุณใช้ แต่คือความแม่นยำแบบ Niche First โดยที่ Dr.Boost ได้สรุปประเด็นสำคัญมาให้คุณแล้วครับ


หัวข้อเนื้อหาในบทความนี้ (คลิกเพื่อยังหัวข้อ)




ประกาศทางการ! Dr.Boost วิเคราะห์นโยบายจำกัด 5 แฮชแท็ก

Dr.Boost ต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือครับ แต่เป็นทิศทางที่ Instagram เอาจริง!! หลังจากการทดสอบมาตลอดปีที่ผ่านมา ล่าสุด Instagram ระบุชัดเจนแล้วว่าจะทยอยอัปเดตให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถใส่แฮชแท็กในแคปชั่นได้ ไม่เกิน 5 คำ เท่านั้นครับ


ทำไมถึงทำแบบนี้?

  1. เพื่อความแม่นยำของ AI

    Instagram พบว่าการใช้แฮชแท็กน้อยๆ แต่ตรงเป้า (Targeted) ช่วยให้ AI เข้าใจคอนเทนต์ของผู้ใช้งานได้ดีกว่าการใส่แฮชแท็กแบบหว่านแหครับ ซึ่งส่งผลดีต่อการนำส่งคอนเทนต์ไปหาคนที่สนใจจริงๆ

  2. สร้างพื้นที่ให้คอนเทนต์คุณภาพ

    การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยกรองการใช้งานแฮชแท็กที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ทำให้หน้าฟีดสะอาดตาขึ้น และเปิดโอกาสให้คอนเทนต์ดีๆที่ตั้งใจทำแบบของคุณ มีพื้นที่เฉิดฉายและถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นครับ

  3. เน้นคุณภาพ เขาต้องการให้เราเลิกพึ่งพาแท็กในการปั๊มวิว แต่หันมาโฟกัสที่เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง (Relevant Content) แทนครับ


ถ้าคุณยังฝืนใช้ 30 แท็กหรือพยายามหาทางโกงระบบ Dr.Boost เตือนเลยว่าคุณกำลังเสียเวลาเปล่าและอาจจะพลาดโอกาสในการเพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะ Meta AI ตอนนี้เขาฉลาดขึ้นเยอะครับ



ย้อนรอยคำเตือน Adam Mosseri: หลักฐานว่าแฮชแท็ก "ตาย" มานานแล้ว

ไอจีจำกัดแฮชแท็ก

หลายคนอาจจะตกใจแต่ Dr.Boost บอกเลยว่าเรื่องนี้มีสัญญาณเตือนมานานแล้วครับ โดยเฉพาะจากปากของคุณ Adam Mosseri (Head of Instagram) ที่พยายามบอกเราซ้ำๆมาตลอดว่า "แฮชแท็กไม่ใช่ยาวิเศษ" อีกต่อไป


ซึ่งข้อมูลจากทาง socialmediatoday ได้รวบรวมไทม์ไลน์คำเตือนของคุณ Mosseri ที่พิสูจน์ว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ เพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG ในปี 2026 มาให้ดูครับ:


  • ปีตุลาคม 2023 - คุณ Mosseri กล่าวว่า Hashtags จะไม่ส่งผลให้ทิศทางการพัฒนาของ Threads เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

    จากนั้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม Threads ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Topic Tags (แท็กหัวข้อ) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มหัวข้อในแต่ละโพสต์ได้หนึ่งหัวข้อ เพื่อที่จะช่วยให้ผู้อื่นค้นหาและเข้าร่วมการสนทนาได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • มกราคม 2024 - คุณ Mosseri ให้ความเห็นว่าการเพิ่มฟีเจอร์ Hashtag ใน Threads อาจเป็นเรื่องดีที่ควรทำ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน แต่เขายังมองว่าฟีเจอร์นี้ไม่ได้ช่วยให้ Threads เติบโตหรือมีคนใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ดีครับ

  • กุมภาพันธ์ 2024 (จุดพีคครับ!) - ระหว่างการพูดคุยเรื่อง Instagram ทางคุณ Mosseri ได้กล่าวเองเลยว่า Hashtag นั้นไม่ได้ช่วย ในการเพิ่มยอดการเข้าถึง (Reach) เลย

  • เดือนมีนาคม 2025 - Threads ได้เพิ่มฟีเจอร์ Topic Tags บนหน้าโปรไฟล' เพื่อช่วยแสดงให้เห็นว่า ปกติแล้วคุณมักจะโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร

  • พฤษภาคม 2025 - Mosseri ได้ย้ำอีกครั้งว่า Hashtags ไม่ได้ช่วยเพิ่มการมองเห็นบน Instagram แต่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการบอกให้คนอื่นรู้ว่าโพสต์นั้นเกี่ยวกับอะไรและช่วยเชื่อมโยงโพสต์ต่างๆ เข้าด้วยกัน

เห็นไหมครับ? Dr.Boost ถึงบอกว่าหน้าที่ของแฮชแท็กมันเปลี่ยนจากเครื่องมือที่จะช่วยคุณเพิ่มวิวและ Reach ให้กลายเป็นแค่ป้ายระบุประเภทของคอนเทนต์มาตั้งนานแล้วครับ ใครที่ยังหวังพึ่งยอด Reach จากแฮชแท็กเพื่อเพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG คือคุณอาจจะกำลังหลงทางในปี 2026 ครับ



บทเรียนจาก Threads เมื่อ 1 แท็กคือคำตอบ

วิธีแก้ไอจีปิดกั้นการมองเห็น

หากใครยังไม่มั่นใจในคำแนะนำของ Dr.Boost ลองพิจารณาโมเดลของ Threads (แอปในเครือเดียวกับ Instagram) เป็นตัวอย่างครับ ที่นั่นใช้มาตรการที่เข้มงวดกว่ามาก โดยจำกัดให้ใช้ Topic Tag ได้เพียงแค่ 1 คำต่อโพสต์เท่านั้น


ชัดเจนว่านี่คือวิสัยทัศน์ใหม่ของ Meta ที่ต้องการให้เราโฟกัสกับสิ่งที่โพสต์จริงๆ การจำกัด 5 แฮชแท็กบน Instagram จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์หลักของแพลตฟอร์ม ดังนั้นการปรับตัวตั้งแต่วันนี้ คือโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้คุณนำหน้าคู่แข่งและเป็นทางลัดที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการ เพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG ในยุคที่อัลกอริทึมให้ความสำคัญกับคุณภาพครับ



เจาะลึกโครงสร้าง 5 แฮชแท็ก ฉบับ Dr.Boost

กฎใหม่ไอจี 2026

เมื่อโควตาแฮชแท็กถูกจำกัด ความแม่นยำจึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้! โดย Dr.Boost แนะนำให้คุณลองใช้สูตร The 5-Hashtag Precision Formula เพื่อโฟกัสให้ตรงจุดและดึงศักยภาพสูงสุดในการเพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG จากการติดแฮชแท็กอย่างมีประสิทธิภาพเหนือคู่แข่งครับ


1. แฮชแท็กเจาะจงเฉพาะเรื่อง (The Niche-Specific Tag)

ในมุมมองของการตลาด การใช้แฮชแท็กกว้างๆเปรียบเสมือนการหว่านแหในมหาสมุทรครับ ซึ่งสิ้นเปลืองทรัพยากรและให้ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ยาก สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่แค่ยอดการมองเห็น (Impressions) แต่คือคุณภาพของทราฟฟิก (Quality Traffic) ต่างหาก

ดังนั้นการใช้แฮชแท็กแบบเจาะจง (Niche Tag) คือคีย์สำคัญที่จะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณหลุดพ้นจาก Red Ocean ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจและความต้องการที่ชัดเจนจริงๆครับ


ตัวอย่าง

เลิกใช้ #coffee เพราะกว้างไปและคู่แข่งเยอะ โพสต์ของคุณจะถูกดันตกจากหน้าฟีดภายในเสี้ยววินาที เพราะมีคู่แข่งโพสต์คำนี้ทั่วโลกตลอดเวลา >> ให้คุณลองเปลี่ยนมาเป็น #PourOverCoffee หรือ #MelbourneCoffee แทนครับ


เปลี่ยนจากการใช้ Mass Keyword มาเป็น Specific & Contextual Tags เพื่อคัดกรองกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ด่านแรก

2. แฮชแท็กระบุกลุ่มเป้าหมาย (The Audience-Focused Tag)

ในโลกของการตลาดและการสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดคือการสื่อสารที่ถูกส่งไปถูกคน ดังนั้นการใช้แฮชแท็กไม่ใช่แค่การบอกว่า "โพสต์นี้เกี่ยวกับอะไร" แต่ต้องเป็นการทำ Algorithm Signaling เพื่อส่งสัญญาณบอก AI อย่างชัดเจนว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายตัวจริงที่ควรเห็นโพสต์นี้


ตัวอย่าง:

  • Case 1 - พนักงานออฟฟิศ ที่มีอาการแก้ปวดหลัง หรือไม่มีเวลา

    ❌ Mass Tag: # ออกกำลังกาย, # ฟิตเนส, # สุขภาพ

    ✅ ใช้ # แก้ออฟฟิศซินโดรม, # ปวดคอบ่าไหล่, # ออกกำลังกายฉบับคนขี้เกียจ หรือ # ยืดเส้น

  • Case 2 - คนเตรียมสอบ ที่ต้องการคะแนน

    ❌ Mass Tag: # เรียน, # หนังสือ หรือ # ภาษาอังกฤษ

    ✅ ใช้ #IELTSPreparation, # เตรียมสอบราชการ หรือ #TCAS67 เป็นต้น

  • Case 3 - คนซื้อบ้านหลังแรก เน้นความรู้/ราคาจับต้องได้

    ❌ Mass Tag: # บ้าน # แต่งห้อง

    ✅ ใช้ # จัดบ้านเรียกทรัพย์ หรือ # กู้บ้านฉบับมนุษย์เงินเดือน

  • Case4 - คนผิวแพ้ง่าย High Concern และยอมจ่ายแพงเพื่อความปลอดภัย

    ❌ Mass Tag: # สวย , # หน้าใส , # สิว

    ✅ ใช้ # ผิวแพ้ง่ายใช้อะไรดี หรือ # สกินแคร์คนท้อง


แทนที่เราจะปล่อยให้ AI เดาสุ่ม (Random Distribution) คุณต้องใช้แฮชแท็กทำหน้าที่เป็นตัวกรอง เพื่อดึงดูดเฉพาะกลุ่มคนที่มีศักยภาพจะเป็นลูกค้า หรือ Qualified Leads เข้ามาเท่านั้น


3. แฮชแท็กบอกรูปแบบหรือประโยชน์ (The Content-Utility Tag)

ในยุคที่ Social Media ทำงานด้วยระบบ Semantic Search (การค้นหาตามบริบทและความหมาย) แฮชแท็กกลุ่มนี้ทำหน้าที่เปรียบเสมือนฉลากสินค้าที่บอกทั้ง AI และผู้ใช้งานว่า คอนเทนต์นี้คืออะไรและบริโภคแล้วจะได้ประโยชน์อะไร

Dr. Boost แนะนำให้คุณลองใช้โครงสร้าง Topic + Format/Benefit ครับ

ตัวอย่าง

  • # สรุป… (Tag นี้เรียกยอด Save ได้ดีที่สุด)

    เช่น # สรุปข่าว, # สรุปหนังสือ, # สรุปดราม่า

  • # 1วันกับ… (Vlog ยอดฮิต ดูเพลิน)

    เช่น # 1วันกับบาริสต้า, # 1วันของแมวเหมียว)

  • # แจกพิกัด… (เปลี่ยนคนดูเป็นคนซื้อ (Conversion))

    เช่น # แจกพิกัดเสื้อผ้า, # แจกพิกัดคาเฟ่

  • # รีวิว… (SEO ดีมาก คนค้นคำว่ารีวิวตลอดเวลา)

    เช่น # รีวิวเซเว่น , # รีวิวเครื่องสำอาง , # รีวิวพลีชีพ


นี่คือหัวใจของกลยุทธ์ In-Platform SEO ที่จะดันโพสต์ของคุณขึ้นสู่ Top Search ได้ทันทีที่กลุ่มเป้าหมายพิมพ์ค้นหาปัญหาครับ การวาง Hashtag Keyword ให้ตรงกับ Search Intent แบบแม่นยำจะช่วยเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กด Save ซึ่งเป็น High-Value Metric ที่ Algorithm ให้คะแนนสูงสุด ที่จะช่วยให้โพสต์ของคุณถูกนำส่งต่อเนื่องและเข้าถึงลูกค้าที่มีคุณภาพได้อย่างยั่งยืนเลยหล่ะครับ


4. แฮชแท็กหมวดหมู่อุตสาหกรรม (The Category-Industry Tag)

นี่คือการทำ Account Categorization เปรียบเหมือนการยื่นนามบัตรบอก AI ว่าคุณทำอาชีพอะไรครับ Dr.Boost แนะนำให้ใช้ Broad Keyword เพียง 1 คำ เพื่อเป็นการปักธงบอกระบบให้ชัดเจนว่าว่าธุรกิจของคุณจัดอยู่ใน Sector ไหน เช่น # การตลาดออนไลน์ หรือ # แฟชั่นรักษ์โลก เพราะวิธีนี้จะช่วยให้ระบบจัดกลุ่มบัญชีของคุณได้ถูกต้อง และนำส่งคอนเทนต์ไปยังฐาน Audience ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้แม่นยำตั้งแต่เริ่มต้นครับ


5. แฮชแท็กแบรนด์หรือชุมชน (The Branded-Community Tag)

สำหรับ Dr.Boost แล้วนี่คือการสร้าง Digital Asset ที่สำคัญที่สุดครับ ในขณะที่แฮชแท็กอื่นช่วยดึงคนเข้าหน้าร้าน แต่แฮชแท็กนี้จะทำหน้าที่สร้างฐานแฟนคลับ (Retention & Loyalty) เพราะเป้าหมายคือการเปลี่ยนลูกค้าให้กลายมาเป็นกระบอกเสียงแทนคุณ (Brand Advocate) โดยให้พวกเขาใช้แฮชแท็กนี้ในการรีวิวหรือบอกต่อ ซึ่งจะกลายเป็น User-Generated Content (UGC) ที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือยิ่งกว่าโฆษณาใดๆ ครับ


ตัวอย่าง

  • Identity Tag โดยการใช้ # ชื่อแบรนด์ของคุณ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Portfolio รวบรวมผลงาน,สินค้า หรือรีวิวทั้งหมดไว้ในที่เดียว ง่ายต่อการค้นหา

    เช่น #DrBoost, #DrBoostAccount, #DrBoostMastery เป็นต้น

  • Campaign Tag โดยการใช้ # ชื่อแคมเปญ กระตุ้นให้คนทำตามและมีส่วนร่วม Engagement จนเกิดเป็นกระแส Viral ตามมา

    เช่น #ShareACoke, # รีวิวเซเว่น, # ก้าวคนละก้าว, # ธรรมศาสตร์และการฝากร้าน เป็นต้น



บทสรุปส่งท้าย: พลิกวิกฤต Algorithm สู่โอกาสทองของแบรนด์

สุดท้ายนี้ผมอยากให้มองมุมต่างครับ การที่ Instagram จำกัดการใช้งานเหลือแค่ 5 แฮชแท็ก ไม่ใช่ข่าวร้าย แต่เป็นข่าวดีสำหรับ Creator สายคุณภาพ เพราะนี่คือมาตรการกวาดล้างสแปมที่จะช่วยคืนพื้นที่หน้าฟีดให้กับคอนเทนต์ที่ดีจริงๆครับ


ถ้าโจทย์ใหญ่ของคุณในปี 2026 คือการเพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด นี่คือ 3 กฎเหล็กที่คุณต้องทำทันที

  1. เลิกหว่านแห หยุดยัดเยียดแฮชแท็กที่ไม่เกี่ยวข้อง

  2. เชื่อใน Data เพราะคุณ Adam Mosseri ยืนยันแล้วว่าแฮชแท็กมีหน้าที่จัดหมวดหมู่ให้ระบบเข้าใจ

  3. ใช้สูตร Niche-First คัดเนื้อๆเน้นๆ 5 คำที่แม่นยำที่สุด เพื่อนำทาง AI ให้ส่งคอนเทนต์คุณไปหาคนที่ใช่ที่สุด


เพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตาม IG


ข้อมูลอ้างอิง: https://www.socialmediatoday.com



 
 
bottom of page