top of page

นโยบายใหม่ TikTok ห้ามใช้ AI สร้างคอนเทนต์ติดตะกร้า! กระทบบัญชี TikTok Shop อย่างไร?

  • Writer: Facebook interest
    Facebook interest
  • Nov 18, 2025
  • 3 min read

Updated: Nov 20, 2025

ข้อห้าม tiktok ล่าสุด

วงการ TikTok Shop สั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อมีการบังคับใช้นโยบายเข้มงวดเรื่องการใช้ AI สร้างคอนเทนต์ติดตะกร้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อครีเอเตอร์และเจ้าของ บัญชี TikTok Shop ที่ต้องการสร้างรายได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับแพลตฟอร์มครับ บทความนี้ Dr.Boost จึงจะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดว่านโยบายใหม่นี้คืออะไร กระทบหนักแค่ไหน และต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างปลอดภัยครับ


หัวข้อเนื้อหาในบทความนี้ (คลิกเพื่อยังหัวข้อ)



สรุปใจความสำคัญนโยบายใหม่ห้ามใช้ AI กับการติดตระกร้า TikTok คือ

โดยสรุป TikTok ไม่ได้ห้ามการใช้ AI ทุกรูปแบบ แต่ตั้งเป้าไปที่การห้ามใช้ AI ในลักษณะที่มีการบิดเบือน หลอกลวง หรือสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้ใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะในคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า โดยเป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือการปกป้องผู้บริโภคและรักษาความน่าเชื่อถือ(Trust) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Social Commerce อย่าง TikTok ครับ หากผู้ซื้อเริ่มไม่แน่ใจว่ารีวิวที่เห็นนั้นเป็นคนจริงที่ใช้สินค้าจริงหรือไม่ ความไว้วางใจที่ TikTok Shop สั่งสมมาก็จะพังทลายลง ดังนั้นนโยบายนี้จึงออกมาเพื่อป้องกันปัญหาเนื้อหาที่สร้างโดย AI (AI-Generated Content หรือ AIGC) ที่อาจนำไปสู่การรีวิวปลอม, การอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง, หรือการหลอกลวงผู้บริโภค



คอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ที่ TikTok ห้าม มีลักษณะอย่างไร?

โดย Dr.Boost อ้างอิงจากหลักเกณฑ์สำหรับชุมชน (Community Guidelines) และนโยบายเกี่ยวกับ AI ของ TikTok เนื้อหาที่เข้าข่ายต้องห้าม โดยเฉพาะเมื่อติดตะกร้าสินค้า ได้แก่

  • สื่อสังเคราะห์ที่บิดเบือน โดยการใช้ AI สร้างภาพบุคคลที่ไม่มีอยู่จริงเช่น AI Avatar, Deepfake เพื่อมารีวิวสินค้า

  • การสร้างผลลัพธ์ที่เป็นเท็จ เช่นการใช้ AI สร้างภาพ Before-After ที่ดูสมจริงเกินจริง เพื่อโฆษณาสินค้าความงามหรืออาหารเสริม

  • การปลอมเป็นบุคคลอื่น โดยการใช้ AI ปลอมเป็นคนดัง, ผู้เชี่ยวชาญ, หรือแม้แต่แบรนด์คู่แข่ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือที่เป็นเท็จ

  • เนื้อหาที่ขาดความจริงใจ คือคอนเทนต์ที่ระบบตรวจพบว่าเป็นสแปม หรือถูกสร้างขึ้นมาในปริมาณมากโดย AI เพื่อหวังผลทางการค้าเพียงอย่างเดียว


นโยบายนี้บังคับใช้กับใครบ้าง? | ครีเอเตอร์ vs แบรนด์

คำตอบคือทุกคนที่สร้างคอนเทนต์ติดตะกร้า ไม่ว่าคุณจะเป็น บัญชี TikTok แบบบุคคลทั่วไปที่ผันตัวมาเป็นนายหน้า หรือ บัญชี TikTok Shop ของแบรนด์โดยตรง

  • ครีเอเตอร์ / นายหน้า (Creators / Affiliates)

    กลุ่มนี้คือเป้าหมายหลักและชัดเจนที่สุดของนโยบายนี้เลยครับ หากคุณคือครีเอเตอร์สายป้ายยา ที่ทำคอนเทนต์รีวิวสินค้าเพื่อติดตะกร้า และรับค่านายหน้า (Affiliate Commission) คุณไม่สามารถใช้ AI ในการทำคลิปเหล่านั้นได้อีกต่อไป

    หากคุณฝ่าฝืน คอนเทนต์ของคุณจะถูกจัดว่าเป็นคอนเทนต์คุณภาพต่ำ และจะถูกจำกัดการมองเห็นอย่างรุนแรงในหน้า Shop หรือฟีดสำหรับคุณ ซึ่งหมายความว่าคุณจะสร้างรายได้จากคลิปนั้นไม่ได้เลย

  • แบรนด์ / เจ้าของร้าน (Brands / Sellers)

    หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์หรือเจ้าของร้านจะรอด แต่นี่คือความเข้าใจผิดครับ แบรนด์และเจ้าของของบัญชี TikTok Shop กระทบเต็มๆครับ โดยเฉพาะในการใช้งาน AI ดัง 2 รูปแบบนี้:

    1. คอนเทนต์ที่แบรนด์ทำเอง ถ้าแบรนด์ทำคลิปโปรโมตลง TikTok แล้วใช้ AI ในการสร้างเสียง AI พากย์ หรือสร้าง AI Presenter คลิปนั้นก็จะถูกจำกัดการมองเห็นทันทีครับ

    2. คอนเทนต์ที่จ้างครีเอเตอร์ทำ (Influencer Marketing) นี่คือจุดที่เจ้าของแบรนด์ต้องระวังให้มากๆ หากแบรนด์จ้างครีเอเตอร์รีวิวสินค้า แต่ครีเอเตอร์ดันใช้ AI ในการทำคลิปให้คุณ สุดท้ายคลิปนั้นก็จะผิดกฎ และไม่ถูกนำส่งอยู่ดี กลายเป็นว่าแบรนด์เสียเงินจ้างไปฟรีๆ โดยไม่ได้ยอดขายหรือแม้แต่ Brand awareness


สรุปให้ชัดๆคือ TikTok ไม่ได้แยกว่าคุณเป็นครีเอเตอร์ หรือแบรนด์ครับ นโยบายนี้มองที่ "ตัวคอนเทนต์" เป็นหลัก ถ้าคลิปไหนมีตะกร้าสินค้า คลิปนั้นต้องมาจากคนจริงและของจริงเท่านั้นครับ ไม่ว่าบัญชี TikTok Shop ของคุณจะลงทะเบียนในฐานะ ผู้ขาย (Seller) หรือครีเอเตอร์ (Creator) หากคุณนำคอนเทนต์ AI ที่ขาดความจริงใจมาติดตะกร้า คุณก็กำลังทำผิดนโยบายนี้เหมือนกัน 100% ครับ


ทำไม TikTok ถึงออกนโยบายนี้?

ดังที่ Dr.Boost ได้กล่าวไป หัวใจสำคัญคือความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ (Integrity and Authenticity) TikTok เติบโตมาจากการที่ผู้คนแชร์โมเมนต์จริง เพราะการที่ TikTok กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับคนไทยแล้ว ก็มาจากการที่ผู้ใช้งานเชื่อรีวิวจากครีเอเตอร์ที่พวกเขาติดตาม หากปล่อยให้ AI สร้างคอนเทนต์ปลอมๆได้อย่างอิสระ ระบบนิเวศทั้งหมดก็จะเสียหาย TikTok จึงต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลมครับ



ผลกระทบโดยตรงต่อ บัญชี TikTok Shop และครีเอเตอร์สายป้ายยา

นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่คือการเขย่าครั้งใหญ่ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของทั้งครีเอเตอร์สายป้ายยา (Affiliate) และเจ้าของแบรนด์ที่ใช้บัญชี TikTok Shop ในการขายของ หากคุณเพิกเฉยต่อนโยบายนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเตือน แต่คือการลงโทษที่ส่งผลต่อยอดขายของคุณทันทีครับ


บัญชี TikTok Shop ที่ใช้ AI อยู่ จะถูกลงโทษอย่างไร?

หากระบบตรวจพบว่าบัญชี TikTok Shop หรือบัญชี TikTok ของครีเอเตอร์มีการใช้ AI ในทางที่ผิดกฎ โดยนโยบายการลงโทษอาจมีหลายระดับ ตั้งแต่เบาไปหาหนัก

ระดับเบา: จะถูกการลดการมองเห็น (Reduced Visibility) นี่คือผลกระทบแรกและเจ็บปวดที่สุดครับ เพราะอัลกอริทึมของ TikTok จะตรวจจับได้ว่าคลิปของคุณเข้าข่ายคอนเทนต์คุณภาพต่ำ (ตามนิยามใหม่) ผลคือคลิปของคุณจะไม่ถูกดันขึ้นฟีด FYP และไม่โผล่ในหน้า Shop ยอดวิวจะตกฮวบ จากหลักหมื่นอาจเหลือหลักร้อย พอไม่มีคนเห็นก็ขายของไม่ได้ครับ

ระดับกลาง: บัญชีของคุจะถูกการจำกัดฟีเจอร์ เช่นอาจถูกจำกัดการเข้าถึงฟีเจอร์ TikTok Shop เช่น การถอดตะกร้าออกจากคลิปนั้นๆ หรือการระงับความสามารถในการเพิ่มสินค้าใหม่

ระดับแรง: บัญชี TikTok ของคุณการได้รับคะแนนละเมิด (Violation Points) หากมีการละเมิดซ้ำๆหรือเป็นการละเมิดที่ร้ายแรง บัญชี TikTok Shop หรือบัญชี TikTok ของคุณอาจถูกระงับหรือปิดตัวลงถาวรทันที



คอนเทนต์เก่าที่ใช้ AI สร้างไปแล้ว ต้องจัดการอย่างไร?

นี่เป็นคำถามสำคัญที่หลายคนกังวลสำหรับคลิปเก่าๆที่เคยทำไว้และยังขายได้อยู่ แม้ว่า TikTok มักจะมุ่งเน้นการตรวจจับคอนเทนต์ที่อัปโหลดใหม่ แต่คอนเทนต์เก่าก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกระบบตรวจสอบย้อนหลัง (A.I. Audit) ได้เสมอครับ


ข้อแนะนำจาก Dr.Boost ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับบัญชี TikTok เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต คือ

  • ลบคลิป ถ้าคลิปนั้นไม่ได้สร้างยอดขายหลักแล้ว การลบทิ้งคือวิธีที่สะอาดและดีที่สุด

  • ปิดเป็นส่วนตัว (Privatize) หากคุณเสียดายคอนเทนต์ แล้วไม่อยากลบ ให้ตั้งค่าเป็น "ส่วนตัว" เพื่อให้คลิปนั้นไม่ปรากฏต่อสาธารณะและระบบตรวจสอบอีกต่อไป

  • ถอดตะกร้าสินค้าออกจากคลิปนั้น หากคุณอยากเก็บคลิปนั้นไว้ เช่น อาจจะเป็นคลิปที่ให้ความรู้ แต่ดันใช้เสียง AI ให้คุณเข้าไป แก้ไข > ถอดตะกร้าสินค้า ออกจากคลิปนั้น เพื่อให้มันกลายเป็นคอนเทนต์ทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้า ซึ่งจะลดความเสี่ยงลงได้มากครับ



แล้ว AI ประเภทไหนที่ห้าม และ AI ประเภทไหนที่ยังใช้ได้?

ติดตะกร้า TikTok

นี่คือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับบัญชี TikTok เพื่อให้คุณรู้ว่าการใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์ลักษณะไหนคือการใช้งานแบบ ไม่ควรใช้ (Red Flag) ที่ห้ามใช้ในคลิปติดตะกร้า และแบบไหนคือ ใช้ได้ (Green Flag) ที่ยังคงใช้เป็นผู้ช่วยให้คุณได้อยู่ครับ


AI ที่ ห้ามใช้เด็ดขาด!!

พอเราพูดว่าห้ามใช้เด็ดขาด ไม่ใช่ว่า TikTok เขาแอนตี้เทคโนโลยี AI นะครับ แต่ประเด็นคือ AI กลุ่มนี้มันกำลังทำลายหัวใจหลักของ TikTok Shop และคอนเทนต์ติดตะกร้า ก็เพราะว่าเวลาคนจะซื้อของจากการรีวิวหรือดูคลิปป้ายยา เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นประสบการณ์จริงจากคนจริงๆ ที่ใช้ของนั้นครับ ตัวอย่างเช่น

  1. การใช้ตัวตนสังเคราะห์ (AI Avatars) และการ Deepfake คืออะไร?  การใช้ตัวละครขึ้นมาโดยการใช้ AI มายืนพูดหรือรีวิวสินค้า หรือที่เราจะเห็นมากขึ้นในปัจจุบันก็คือการใช้การ AI influencer นั้นเองครับ ทำไมถึงห้ามหล่ะ? ลองนึกภาพตามครับ ถ้าผู้ซื้อเห็นพรีเซนเตอร์ A (ที่เป็น AI) กำลังรีวิวครีมอย่างคล่องแคล่ว ผู้ซื้อจึงเชื่อและกดสั่งซื้อสินค้านั้น แต่ความจริงคือพรีเซนเตอร์ A ไม่มีตัวตนจริงและไม่เคยใช้ครีมนั้นเลย ดังนั้นนี่ไม่ใช่แค่การทำคอนเทนต์คุณภาพต่ำออกมา แต่มันคือการสร้างรีวิวปลอม ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของทั้งตัวร้านค้าและแพลตฟอร์ม TikTok เอง นี่คือเหตุผลที่บัญชี TikTok บางบัญชีจะถูกแบนโดยไม่มีการประนีประนอมครับ

  2. การใช้เสียงสังเคราะห์ (AI Voice) ในการรีวิวสินค้า หลายคนอาจคิดว่าก็แค่ใช้เสียง AI แต่ภาพเป็นสินค้าจริงไม่เป็นไรหรอก นี่คือความเข้าใจผิดครับ เพราะ TikTok มองว่าเสียงคือส่วนหนึ่งของตัวตน (Personality) และประสบการณ์จริง (Authenticity) ดังนั้นการใช้เสียง AI พากย์ทับ จึงไม่ต่างอะไรกับการซ่อนตัวตนครับ ซึ่งระบบจะทำการตรวจจับและลดการมองเห็นคลิปเหล่านี้ทันที

  3. การใช้ภาพหรือวิดีโอที่ AI สร้างขึ้น 100% (100% AI Visuals) นี่คือกลุ่มผู้ใช้งานที่ใช้ AI สร้างภาพหรือวิดีโอสวยๆ (เช่นจาก Midjourney หรือ Pika) แล้วนำมาทำเป็นสไลด์โชว์ หรือคลิปวิดีโออาร์ตๆ แล้วแปะตะกร้าสินค้าที่เกี่ยวข้องลงไป ซึ่งอาจทำให้ TIkTok มองว่าเป็นเนื้อหาที่หลอกล่อให้คลิก (Bait-and-Switch) ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้ผู้ใช้งานเกิดประสบการณ์ที่แย่ในการช้อปปิ้งบน TikTok ครับ

จุดร่วมที่อันตรายของ AI ทั้ง 3 ประเภทนี้ คือการลบมนุษย์และลบประสบการณ์จริงออกจากการรีวิวครับ ผลลัพธ์คือเมื่อความจริงใจหายไป ความน่าเชื่อถือก็หมดลงทันทีและนั่นคือเหตุผลที่ TikTok Shop ต้องห้ามเด็ดขาด เพื่อปกป้องประสบการณ์การช้อปปิ้งและความไว้วางใจของผู้ซื้อทั้งหมดครับ


AI ที่ ยังใช้ได้

ข่าวดีก็คือ TikTok ไม่ได้ห้าม AI ทั้งหมดครับ กฎใหม่นี้ชัดเจนมากๆ TikTok ห้ามใช้ AI มาเป็นผู้สร้าง(ทำงานแทนคน) แต่สนับสนุนการใช้งาน AI ที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยให้กับเหล่าแบรนด์และครีเอเตอร์ Dr.Boost คิดว่านี่แหล่ะ! คือโอกาสของช่อง TikTok ของคุณ ที่จะใช้ AI เพื่อยกระดับคอนเทนต์ให้มีคุณภาพสูงกว่าเดิมครับ และนี่คือกลุ่มตัวอย่างเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น หรือมีคุณภาพมากขึ้น แต่ตัวเนื้อหาหลัก (Core Content) ยังคงมาจากคนจริงและสินค้าจริง


  1. AI ในฐานะ Creative ส่วนตัว (Pre-Production) คุณยังสามารถใช้ AI อย่าง ChatGPT หรือเครื่องมืออื่นๆเพื่อช่วยระดมไอเดีย หรือช่วยเขียนสคริปต์ได้เต็มที่ครับ ตราบใดที่คนที่พูดหน้ากล้องคือ คุณ, เสียงที่พูดคือเสียงคุณ และประสบการณ์ ข้อดี ข้อเสีย ที่คุณเล่ามาจากประสบการณ์จริงของคุณ การใช้ AI เพื่อช่วยคิดไอเดียเริ่มต้นจึงไม่ผิดกฎแม้แต่น้อยเลยครับ

  2. AI ในฐานะ ช่างแต่งหน้าหรือพี่ทีมงาน (Production) ฟิลเตอร์หรือเอฟเฟกต์ AR ต่างๆที่มีใน TikTok และ CapCut ส่วนใหญ่ก็คือ AI นั้นแหล่ะครับ เครื่องเหล่านี้เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ที่แพลตฟอร์มมีไว้ให้ใช้ และคุณยังใช้ได้ตามปกติ AI เหล่านี้แค่ช่วยเสริมให้คนจริงดูดีขึ้น ไม่ได้แทนที่คนจริงครับ

  3. AI ในฐานะ ผู้ช่วยตัดต่อ (Post-Production) นี่คือส่วนที่ชัดเจนและมีประโยชน์ที่สุดครับ งานตัดต่อที่น่าเบื่อและใช้เวลาเยอะ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี AI สามารถช่วยคุณได้มหาศาลและปลอดภัย 100% ที่จะใช้ในคลิปติดตะกร้า ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ทำซับไตเติลอัตโนมัติ (Auto Subtitle), ใช้ในการตัดคำพูดที่เว้นว่าง หรือคำที่พูดซ้ำๆออกไป รวมไปถึงการลบพื้นหลัง เพื่อให้คุณใส่พื้นหลังสินค้า หรือฉากสวยๆได้ง่ายขึ้น


การใช้งาน AI ในงานเหล่านี้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเนื้อหา หรือความจริงใจในรีวิวของคุณเลย มันแค่ช่วยให้คลิปของคุณสมบูรณ์แบบเร็วขึ้น ประหยัดเวลาไปทำคลิปอื่นได้มากขึ้นครับ



แนวทางปฏิบัติ: ทำอย่างไรให้ บัญชี TikTok Shop ปลอดภัยและเติบโตได้ตามกฎใหม่

ทีนี้เมื่อคุณรู้กฎและผลกระทบแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อครับ! เพราะนี่คือโอกาสทองที่บัญชี TikTok Shop ที่เน้นคุณภาพและความจริงใจ จะโดดเด่นแซงหน้าคู่แข่งที่ใช้ทางลัดได้แบบไม่เห็นฝุ่นเลยหล่ะครับ เพราะว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลิกใช้ AI แต่อยู่ที่การใช้ให้ถูกที่ครับผม


เน้นความจริงใจและประสบการณ์จริง (Authenticity is King)

กฎใหม่นี้คือการบังคับให้เรากลับไปสู่หัวใจของการรีวิว นั่นคือการที่คนจริงๆใช้ของจริง และรีวิวจริง ครับ คอนเทนต์ที่ AI เลียนแบบได้ยากที่สุด และเป็นสิ่งที่ TikTok Shop ต้องการมากที่สุด

  • โชว์หน้าจริงไปเลย เพราะการที่ครีเอเตอร์ หรือคุณ ออกมาพูดหน้ากล้อง มันสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า AI Avatar หลายร้อยเท่า

  • เล่าเรื่อง Storytelling แทนที่จะบอกว่า "ของดี" ให้เล่าว่า "ทำไมถึงทำสินค้านี้" หรือสินค้านี้แก้ปัญหาอะไรให้กับคนซื้อได้

  • UGC (User-Generated Content) โดยกระตุ้นให้ลูกค้าตัวจริงรีวิวสินค้าและติดแฮชแท็กแบรนด์ คอนเทนต์จากผู้ใช้จริงคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด

  • Live สด เพราะการไลฟ์คือที่สุดของความจริง ลูกค้าได้ถาม-ตอบสดๆ เห็นสินค้าทุกมุม นี่คือสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทำแทนไม่ได้


ความสำคัญของฟีเจอร์ การเปิดเผยเนื้อหาที่สร้างโดย AI (AI-generated content label)

TikTok จะมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า "AI-generated content label" (ป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI) ซึ่ง TikTok สนับสนุนให้ครีเอเตอร์เปิดใช้งานสำหรับคอนเทนต์ที่ถูกสร้างด้วย AI เพื่อกำกับความโปร่งใสของเนื้อหาที่คอนเทนต์คุณสร้าง หากคุณทำคลิป AI เพื่อความบันเทิง, คลิปอาร์ตสวยๆ หรือคลิปที่ดูสมจริง (Realistic AI) โดยไม่ได้ติดตะกร้า การติดป้ายนี้คือสิ่งที่ถูกต้องและควรทำครับ และนโยบายของ TikTok Shop (Affiliated/Commercial Content) นี่คือจุดสำคัญมากครับ สำหรับวิดีโอที่มีการติดตะกร้าสินค้า นโยบายใหม่นี้คือการห้ามใช้ ไม่ใช่แค่ให้ติดป้ายครับ Dr.Boost พูดให้ชัดเจนเลยว่า การที่คุณใช้ AI เช่นสร้างเสียงสังเคราะห์หรือ Avatar ขึ้นมาในการสร้างคลิปรีวิวสินค้า แล้วไปติ๊กช่อง เปิดเผยว่าเป็น AI (AI Label) คลิปนั้นก็ยังคงถือว่าผิดกฎของ TikTok อยู่ดีครับ



บทสรุป

Dr.Boost มองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่จุดจบของการทำคอนเทนต์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้กับ TikTok Shop ครับ เพราะในยุคที่ AI สามารถปั่นคอนเทนต์ได้เป็นพันๆคลิปต่อวัน TikTok เลือกที่จะปกป้องประสบการณ์ของผู้ซื้อและผู้ใช้งาน เพื่อให้แพลตฟอร์มยังคงเป็นสถานที่ที่คนกล้าซื้อเพราะเชื่อรีวิว ดังนั้นบัญชี TikTok ของคุณที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณคลิปที่ปั่นออกมา แต่จะวัดกันที่คุณภาพ และความจริงใจของคอนเทนต์ครับ



อ้างอิงข้อมูล



 
 
bottom of page